"ประชุมคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขต 12 ครั้งที่ 1/2569"
วันที่ 6 มกราคม 2569 คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.)เขต 12 จัดประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 1/2569 ผ่านระบบประชุมทางไกล โดยมีนพ.สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ เป็นประธานการประชุม มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 45 คนประกอบด้วย กรรมการจำนวน 37 คน เลขานุการ 4 คน ทีมสช. ทีมงานและทีมวิชาการ 6 คน
1.วาระหลักคือ การเรียนรู้บทเรียนการรับมือภัยพิบัติจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ จากปริมาณน้ำมากเกินค่าปกติอันเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำและการที่ฝนตกแช่อยู่กับที่อย่างต่อเนื่องหลายวัน ทั้งนี้พื้นที่เขต 12 ประสบอุทกภัยทั้งสิ้น 7 จังหวัด มีประเด็นสำคัญดังนี้
1.1 จังหวัดที่ได้เรียนรู้จากบทเรียนการเกิดภัยเมื่อปี 67 และมีการเตรียมปรับตัวรับมือได้ดี โดยอาศัยพรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สามารถตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์โต้ตอบสถานการณ์ทันท่วงที อาทิ จ.ปัตตานี ที่ตั้งศูนย์สั่งการณ์ มี warroom พร้อม dashboard มีการเตรียมระดับอำเภอ และการเตือนภัยที่ร่วมมือกับนักวิชาการ และท้องถิ่น มีการเตือนภัยล่วงหน้าจากสายบุรี แต่ก็พบบางพื้นที่ซึ่งไม่เคยมีน้ำท่วมแต่รอบนี้ท่วม จากปัญหาการถมที่ขวางทางน้ำและน้ำทะเลหนุน และประสบปัญหาอดอาหารจากการช่วยเหลือที่เข้าไม่ถึงในจุดที่น้ำท่วมสูง ไฟดับ ไม่มีเรือเข้ามาได้ รวมถึงจังหวัดยะลา ที่ฝนตกหนัก 21-25 พย.ฝนมากกว่าปี 67 ท่วมในบริเวณรอบนอก ประสบการณ์ปี 67 ทำให้จัดตั้งศูนย์อพยพได้เร็ว สถานบริการ รพ.สต.รักษาครุภัณฑ์ไว้ได้ เสียหายน้อย รพ.มีการเตรียมระบบไฟฟ้าสำรอง แต่ใช้เวลาการรับส่งผู้ป่วยนานกว่า 5 ชม.ต้องสำรวจเส้นทางใหม่ มีเสียชีวิต 5 ราย หลังสถานการณ์จบสิ้นลงยังส่งทีมสุขภาพมาช่วยรพ.หาดใหญ่ ในส่วนทน.ยะลา มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ดี มาพร้อมอุปกรณ์และญาติไม่ต่างจากเปลี่ยนสถานที่รักษา ก่อนเกิดภัยจังหวัดมีการวางแผนล่วงหน้า ประชุมร่วมกันระหว่างเทศบาลนครยะลาและอปท.ใกล้เคียง ในส่วนของศูนย์อพยพมีการประสานข้อมูลร่วมกับจังหวัด หน่วยงานทำอาหารส่งให้จังหวัดแจกจ่ายลดความซ้ำซ้อน การกู้ภัยมีการฝึกขับเรือระดับตำบล มีเยาวชนอาสาร่วมฝึก และสามารถเข้ามาช่วยหาดใหญ่ในส่วนของการฟื้นฟูสถานศึกษา/สถานที่ทางศาสนา
ส่วนจ.นราธิวาส ตรัง พัทลุง ความเสียหายไม่มาก
1.2 จังหวัดที่เสียหายหนักได้แก่ จ.สงขลาและจ.สตูล เกิดจากปริมาณน้ำมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา จนเกินศักยภาพของระบบระบายน้ำที่มี ประสบการณ์ปี 67 ช่วยไม้ได้มากด้วยปริมาณน้ำฝนมหาศาลเกินกำลังจนทำให้ระบบการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอัมพาต และเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง ความช่วยเหลือจึงมาจากภายนอกเป็นหลัก บวกกับการขาดศูนย์บัญชาการณ์โต้ตอบสถานการณ์ทำให้เกิดภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต
กรณีจังหวัดสงขลา มีการประชุมหอการค้าจากทั่วประเทศ หลังเกิดอุทกภัยหอการค้าหลายแห่งเข้ามาให้ความช่วยเหลือทั้งสงขลาและสตูล สงขลาโดยเฉพาะหาดใหญ่เสียหายหนักระดับหลายหมื่นล้านบาท มีผู้เสียชีวิตเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ 145 คน สาเหตุหลักมาจากปริมาณน้ำที่มีมากอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีฝนตกแช่ น้ำท่วม 2 รอบ การพยากรณ์ไม่สามารถประเมินน้ำได้ล่วงหน้าและลักษณะภูมิประเทศของหาดใหญ่ที่เป็นแอ่งกระทะ ปริมาณน้ำรอบสองมากถึง 2700 ลูกบาศเมตรต่อวินาที และการมีน้ำทะเลหนุน บวกกับทางออกของน้ำที่ลุ่มน้ำทะเลสาบไปอ่าวไทยออกได้ทางเดียว
การฟื้นฟูหลังน้ำลด พบปัญหาขยะจำนวน 2.5 แสนตัน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเผาเป็นพลังงานไฟฟ้าซึ่งทำได้ยากเนื่องจากต้องแยกโคลน โลหะออกจากขยะก่อนเผา
ภาคประชาชนได้จัดตั้ง warroom หาดใหญ่ เพื่อเสริมการทำงานภาครัฐ มีมูลนิธิภายนอกและภายในพื้นที่ร่วมจัดการขยะ ซ่อมสร้างบ้าน ล้างบ้าน มีิจิตอาสาจำนวนมากลงช่วยเหลือพื้นที่ และมีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ช่วยตัวเองไม่ได้เป็นพิเศษ พร้อมเตรียมพร้อมชุมขนรับมือภัยพิบัติในอนาคตไปด้วยโดยพลังของสถาบันการศึกษาและภาคประชาสังคม
อำเภอเทพาเป็นพื้นที่ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดในรอบ 9 วัน ประสบภัยเต็มพื้นที่ ทางรพ.เทพาได้มีการซ้อมแผนน้ำมาในวันหยุด/กลางคืน ทำแผนที่ผู้ป่วย อาศัยประสบการณ์ปี 67 เตรียมระบบสำรอง มีการจ่ายยาผู้ป่วยล่วงหน้า รถรับส่งจอดที่สูง
กรณีจังหวัดสตูล เกิดภาวะอุทกภัยในช่วงเวลาที่ไม่ใช่หน้าฝน ปริมาณฝน 4 วันมากถึง 1268 มม. ฝนทั้งเดือนพย.จำนวน 2230 มม.ทำให้เกิดน้ำท่วม 7 อำเภอ เสียชีวิต 3 ราย รพ.ละงู ได้บทเรียนที่ปรับระบบบริการทั้งในและนอกรพ.ด้วยการปรับระบบการทำงาน ปรับเจ้าหน้าที่/อัตรากำลังตามสถานการณ์ มีการเตรียมน้ำ/ไฟ/น้ำมัน/ออกซิเจนเหลว/อาหาร/แก๊ส/ยาฉีหนู ทำให้มีผู้ป่วยน้อย ขณะเกิดภัยมีรถทหารมาช่วยขนย้ายผู้ป่วย ใช้รถเอกชนรับคนไข้ถึงบ้าน รวมถึงใช้รถส่วนตัวของผู้บริหารลงพื้นที่ ปรับระบบบริการให้รับยาที่รพ.สต. พร้อมเปิด EOC ของรพ. ประสานงานหน่วยงานภายในและภายนอกมาช่วยประชาชน
1.3 ข้อเสนอแนะสำคัญ
1)แต่ละจังหวัดควรดำเนินการตามแนวปฏิบัติของพรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างจริงจัง มีการซ้อมแผน ตรวจสอบความพร้อมด้านทรัพยากรต่างๆอย่างจริงจัง
2)สร้างความรอบรู้ในด้านสภาพภูมิอากาศ และเสริมมติ.ครม.ของสนง.คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในการเตรียมพร้อม เตรียมตัวรับมืออุทกภัยให้แก่ประชาชนโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ด้วยการสำรวจเส้นทางน้ำ สิ่งกีดขวาง กลุ่มเปราะบาง เส้นทางอพยพ/เดินทาง สะพาน ถนน รวมถึงโรคกับภัยพิบัติ และเสริมสมรรถนะให้กับอาสาสมัคร เช่น ให้ความรู้การดูข้อมูลดินฟ้าอากาศในรูปแบบ อุตุฯอาสา การทำแผนรับมือภัยพิบัติ การตั้งกองทุนกลาง
3)มีเรือ/รถหอล้อกู้ภัยประจำอำเภอ รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ เพื่อช่วยอพยพลำเลียงผู้ป่วย ประชาชน
4)ปรับศูนย์อพยพให้รองรับการดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือพิการ
5)ถอดบทเรียนในหลายๆพื้นที่ เพื่อยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือในอนาคต
6)ขุดลอกลุ่มน้ำทะเลสาบ ลดการตื้นเขินและหาช่องทางเปิดทางน้ำไหลออกทะเลอ่าวไทย
7)แก้ระเบียบ เช่น กองทุนสุขภาพตำบลให้สามารถเบิกจ่ายค่าอาหารในขณะตั้งศูนย์อพยพ
2.แนวทางการดำเนินงานของกขป.ชุดที่ 3 จุดเน้น 4 ประเด็นเดิม แต่เพิ่มประเด็นเร่งด่วน คือ การรับมือภัยพิบัติจากภาวะโลกเดือด
โดยเน้นการดำเนินการ
1)จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในรูปแบบหนังสือปกขาวผ่านไปทางกขป.แต่ละหน่วยงาน ครอบคลุมก่อนเกิด ขณะเกิด หลังเกิดภัย
2)สรุปบทเรียน เรียนรู้จากกรณีศึกษาและบทเรียนดีๆที่แต่ละพื้นที่มี
3)ปฎิบัติการเชิงพื้นที่ เพื่อสร้างตัวแบบการพัฒนาใหม่ เช่น พื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ทีมีความร่วมมือกับม.ทักษิณ ม.อ. และเครือข่ายต่างๆ ร่วมเสริมความเข้มแข็งในชุมชนเปราะบางของหาดใหญ่ การมีกิจกรรมเชิงรุกร่วมกับสปสช. ทน.หาดใหญ่ ค้นหาผู้ป่วยสุขภาพจิตและให้การดูแลในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ การช่วยเหลือผ่านบ้านน็อคดาวน์, จ.สตูลทำโมเดลตำบลนำร่องร่วมกับปภ.
ในส่วน 4 ประเด็นเดิม มีจุดเน้นสำคัญในปี 69 อาทิ ประเด็นบุหรี่และปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายคสย.และเครือข่ายงดเหล้ากำลังพัฒนาโครงการรอบใหม่ เน้นงานในพื้นที่ 3 จว.โดยเฉพาะเหล้า บุหรี่ไฟฟ้า และงดดื่มขณะขับรถ, สงขลาร่วมกับแผนงานร่วมทุนฯดำเนินการด้านยาเสพติด และสุขภาพจิต ที่จะเชื่อมโยงกับภัยพิบัติและยาเสพติด, ด้านเกษตรและอาหาร จะมีการจัดงานสัปดาห์สีเขียว ความมั่นคงทางอาหารในภาวะภัยพิบัติในระดับภาคใต้ ส่งเสริมพืชหลัก 6-7 ชนิด จัดมหกรรมเมล็ดพันธุกรรมท้องถิ่น คลังยา และชุมชนสีเขียว,ด้านกลุ่มเปราะบาง จ.สตูล ร่วมกับพอช.สร้างบ้านให้มานิ 19 หลัง สภาผู้บริโภค จ.ปัตตานี/สงขลาผลักดันรถรับส่งสาธารณะ รถ EV สงขลาจัดระบบรถรับส่งผู้ป่วยพบแพทย์ เ้ป็นต้น
จะมีการนัดหมายแกนนำประเด็นและพื้นที่/หน่วยงานหลัก กำหนดเป้าหมายภาพรวม 4 ปีของประเด็นและแผนดำเนินการหนุนเสริมเป้าหมายปี2569 ต่อไป
Relate topics
- จากกิจกรรม "พี่ใจดีชวนน้องเล่น" พลังเยาวชนจากบทบาท Play Worker ขยายสู่ ลานเล่นดี ๆ ในทุกหมู่บ้านตำบลในพื้นที่จังหวัดยะลา
- แผนงานร่วมทุน สสส. - อบจ.พัทลุง ภารกิจพัฒนาศักยภาพพี่เลี้ยงชุมชน ครั้งที่ ๑
- เดินหน้าเชิงรุก แผนงานร่วมทุน สสส.- อบจ.สงขลา ขับเคลื่อนนโยบายสร้างเสริมสุขภาพ เน้นแก้ปัญหายาเสพติด-สุขภาพจิตอย่างยั่งยืน
- ครม. รับทราบมติสมัชชาสุขภาพฯ ดัน “ท่องเที่ยวแนวใหม่” จังหวัดกระบี่ เชื่อมสุขภาวะ–เศรษฐกิจยั่งยืน
- สช.ร่วมกับ อปท.สานพลัง ขับเคลื่อนนโยบายรองรับสังคมสูงวัย "ขยายผลทำแผนรองรับสังคมสูงวัย 20 อปท.ในสงขลา"
- "ศูนย์ชีวาสุข ทน.หาดใหญ่กับเขต 8" ภารกิจฟื้นฟูเมืองหลังน้ำท่วมใหญ่ 2568
- "สองคลองควนลังโมเดล สัปดาห์ที่ 4" ภารกิจร่วมหลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2568
- จากบทเรียนสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ งานพัฒนาโครงการของเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสงขลา
- การเกื้อกูล เมือง–ชานเมือง–ชนบท รากฐานของความมั่นคงทางอาหารที่มีชีวิต เติมกำลังใจจากวิกฤติอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และอีกหลายพื้นที่ของภาคใต้
- “บ้านสร้างสุขชุมชน” รวมพลัง 9 ภาคี ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้เปราะบางสงขลา
