จากอำเภอสทิงพระสู่คาบสมุทรสทิงพระ Zero Dropout เดินหน้าสู่เป้าหมาย “สงขลา Zero Dropout"

  • photo  , 1000x667 pixel , 118,031 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 128,522 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 119,913 bytes.
  • photo  , 1000x666 pixel , 90,789 bytes.
  • photo  , 1567x1045 pixel , 179,369 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 97,842 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 95,047 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 77,110 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 100,558 bytes.
  • photo  , 1000x666 pixel , 103,840 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 111,703 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 103,563 bytes.
  • photo  , 1567x1045 pixel , 191,830 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 94,875 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 124,324 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 97,694 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 118,746 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 89,227 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 90,996 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 92,883 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 92,686 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 109,456 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 94,328 bytes.
  • photo  , 1000x667 pixel , 83,344 bytes.

จังหวัดสงขลาขับเคลื่อนโอกาสทางการศึกษา เปิดเวที “จากอำเภอสทิงพระสู่คาบสมุทรสทิงพระ Zero Dropout” ผนึกกำลังทุกภาคส่วนสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ยืนหยัดแนวคิด “เด็กทุกคนต้องมีที่ยืนในระบบการเรียนรู้” เดินหน้าสู่เป้าหมาย “สงขลา Zero Dropout"

วันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ ที่ว่าการอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดงาน “จากอำเภอสทิงพระสู่คาบสมุทรสทิงพระ Zero Dropout” พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2568 จำนวน 90 คน และมอบประกาศนียบัตรแก่ครูอาสาและหุ้นส่วนทางการศึกษาในพื้นที่ โดยมี ดร.ชนภรณ์ อือตระกูล ศึกษาธิการจังหวัดสงขลา, นายศศิพงศ์ ชูเชิด นายอำเภอสทิงพระ, สิบตำรวจตรีชัยวัฒน์ อินอ่อน นายอำเภอกระแสสินธุ์, นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1, 2, 3 , สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขต 4, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เขตอำเภอสทิงพระ, ผู้บริหารสถานศึกษา, ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน เข้าร่วม . โดยก่อนเริ่มพิธีเปิด ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เยี่ยมชมนิทรรศการสนามการเรียนรู้โครงงานจาก 10 ตำบล และนิทรรศการของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ก่อนรับชมการแสดง “มโนราห์” ศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นอันทรงคุณค่าของภาคใต้

จากนั้น นายอำเภอสทิงพระ กล่าวต้อนรับโดยเน้นย้ำว่า เวทีในวันนี้มิได้เป็นเพียงการรวมตัวของหน่วยงานด้านการศึกษาเท่านั้น แต่เป็นเวทีแห่งความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคท้องถิ่น ภาคประชาชน และภาคีเครือข่าย ที่ร่วมกันยืนหยัดในหลักการสำคัญว่า “เด็กทุกคนต้องมีที่ยืนในระบบการเรียนรู้” การขับเคลื่อน Zero Dropout ในพื้นที่สทิงพระเริ่มต้นจากพลังเล็ก ๆ ของชุมชน ค่อย ๆ ขยายจากระดับตำบล สู่ระดับอำเภอ และกำลังต่อยอดสู่ความร่วมมือทั้งคาบสมุทรสทิงพระ วันนี้จึงเป็นวันแห่งความภาคภูมิใจของผู้เรียน ครูอาสา ครอบครัว และชุมชน ที่ร่วมกันพิสูจน์ว่า เมื่อชุมชนลุกขึ้นมาดูแลการศึกษา เด็กและเยาวชนในพื้นที่ก็จะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะเป็นพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนำเสนอผลงานการเรียนรู้จากพื้นที่ และการเสริมพลังความร่วมมือของภาคีเครือข่าย เพื่อก้าวสู่เป้าหมาย “สงขลา Zero Dropout” อย่างยั่งยืน

ทางด้าน ศึกษาธิการจังหวัดสงขลา กล่าวรายงานถึงสถานการณ์และความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในจังหวัดสงขลา โดยจากระบบสารสนเทศ Thailand Zero Dropout พบว่า จังหวัดสงขลามีข้อมูลเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาอยู่ในลำดับ Top 10 ของประเทศ โดยในปี 2567 มีจำนวน 23,861 คน และในปี 2568 มีจำนวน 22,304 คน อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจเชิงพื้นที่และการนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ปัจจุบันยังคงอยู่ในข้อมูล Zero Dropout จำนวน 8,730 คน ซึ่งจำแนกเป็นกลุ่มที่หลุดออกจากโรงเรียนกลางคัน กลุ่มย้ายถิ่นฐานตามครอบครัว กลุ่มที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงกลุ่มที่ระบบการศึกษาเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ชีวิตได้ ซึ่งจังหวัดสงขลาได้ใช้กลไกระดับอำเภอเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน โดยมีนายอำเภอเป็นผู้บริหารจัดการเชิงพื้นที่ เชื่อมโยงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกตำบล สถานศึกษาทุกแห่ง และสถานศึกษาในรูปแบบ “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” รวมถึงศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 และสถานศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อร่วมกันออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน การทำงานจึงก้าวจากการแก้ปัญหารายกรณี สู่การประกาศความรับผิดชอบร่วมกันทั้งอำเภอ

การขับเคลื่อนในอำเภอสทิงพระ เริ่มต้นจากระดับตำบล โดยเฉพาะตำบลบ่อแดงที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน สร้างความร่วมมือระหว่างท้องถิ่น หน่วยงานการศึกษา และภาคประชาชน จนเกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์อย่างต่อเนื่อง 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 1 ปี 2567 มีผู้สำเร็จการศึกษา 14 คน รุ่นที่ 2 ปี 2568 สำเร็จการศึกษา 34 คน และรุ่นที่ 3 ปี 2569 ซึ่งเป็นการขยายผลระดับอำเภอครอบคลุม 9 ตำบล มีผู้เรียนอยู่ในระบบการศึกษา 80 คน เลื่อนชั้นแล้ว 32 คน พร้อมทั้งมีผู้เรียนจากอำเภอระโนด 4 คน สิงหนคร 3 คน กระแสสินธุ์ 1 คน และสะเดา 7 คน เข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้ด้วย

ความสำเร็จดังกล่าวได้นำไปสู่การวางรากฐานและยกระดับเป็น “คาบสมุทรสทิงพระ Zero Dropout” ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ สทิงพระ สิงหนคร ระโนด และกระแสสินธุ์ โดยหัวใจสำคัญของการดำเนินงานคือรูปแบบ “โรงเรียนเคลื่อนที่ (Mobile School)” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ยึดหลักว่าการเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา และมีคุณค่าเทียบเท่ากับการศึกษาในระบบ โดยผู้เรียนสามารถบันทึกการเรียนรู้จากชีวิตจริงผ่านระบบดิจิทัล ทั้งการถ่ายภาพ การเล่าเรื่อง และการสะท้อนคิด โดยมีครูอาสา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อสม. และคนในชุมชน ทำหน้าที่เป็นโค้ชหรือครูพี่เลี้ยง คอยสนับสนุนอย่างใกล้ชิด พร้อมเชื่อมโยงการเรียนรู้จากชุมชน อาชีพ และแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้สามารถรับรองเป็นหน่วยกิตทางการศึกษา เพื่อขยายศักยภาพของผู้เรียนให้สอดคล้องกับชีวิตจริง

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2568 พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้การขับเคลื่อนในพื้นที่อำเภอสทิงพระขยายผลไปสู่ทั้ง 4 อำเภอของคาบสมุทรสทิงพระ สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่จำกัดอยู่เพียงการศึกษาในระบบเท่านั้น โดยเฉพาะในโลกยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้จึงต้องติดตามความเคลื่อนไหวของสังคมและโลกอย่างต่อเนื่อง โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้จากชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นในทุ่งนา ชุมชน หรือพื้นที่ใดก็ตาม และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสู่การศึกษาและการประกอบอาชีพได้ควบคู่กันไป นับเป็นต้นแบบสำคัญของการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ที่เกิดจากพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้ให้กำลังใจผู้สำเร็จการศึกษาและผู้ที่กำลังอยู่ในกระบวนการเรียนรู้ รวมทั้งขอความร่วมมือจากหน่วยงานด้านการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายอำเภอ ในการร่วมกันผลักดันโครงการลักษณะนี้ให้ขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ “ห้องเรียนชีวิต” แห่งนี้ เป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่ช่วยให้ทุกคนได้เรียนรู้ ก้าวทันโลก และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ก่อนเปิดโครงการและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2568 อย่างเป็นทางการ..//

ณิชารีย์ - ธีรธรรม // ข่าว-ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพจากเพจ จังหวัดสงขลา

Relate topics